ความสำคัญที่ต้องมีประกันชีวิต

       การดำเนินชีวิตประจำวัน การดำรงชีพ คนเราทุกคนต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่ได้อย่างสุขสบายจนถึงยามเกษียณ แต่เนื่องจากชีวิตของคนเรามีความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา บางคนมองเห็นว่าการเจ็บป่วยเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หลายคนที่เดือดร้อนเพราะต้องนอนรักษาและเสียค่าใช้จ่ายมากจนเงินที่เก็บออมไว้ต้องหมดไป การประกันชีวิตเป็นเรื่องที่ไกลตัวในยามที่ยังไม่มีเหตุเกิดขึ้น การจัดเตรียมไว้ก่อนแม้ว่าเหตุนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นก็จะกลายเป็นเงินก้อนที่มีเก็บเอาไว้ใช้ในยามจำเป็น เรียกว่า"สะสมทรัพย์"เมื่อใดที่หัวหน้าครอบครัวต้องจากไปก่อนวัยอันสมควร ก็จะกลายเป็นเงิน"คุ้มครอง"ที่ช่วยทำให้คนที่อยู่ในอุปการะมีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายคลายความเดือดร้อน
       ในฐานะที่ผมเองเป็นตัวแทนประกันชีวิต หน้าที่ของผมคือการให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำ ทำให้ทุกๆท่านเห็นถึงความจำเป็นและเห็นถึงประโยชน์ของประกันชีวิต ให้เกิดความตระหนักเพื่อจะได้จัดเตรียมความพร้อมไว

" ยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องประสบความเดือดร้อนจากการที่ไม่มีการจัดเตรียมความพร้อม "

 

เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ทุกๆท่าน

เว็บนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ทุกๆท่าน ให้เข้าใจหลักความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่จะได้รับจากประกันชีวิตแบบต่างๆ ที่มีมากมายหลายแบบประกันที่ตัวแทนมาเสนอ ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารที่มาเสนอ เพื่อให้หลายท่านรู้และเข้าใจประกันชีวิตในมุมมองต่างๆ เพื่อจะได้เป็นประโยชน์ไปปรับใช้ให้เข้ากับการใช้ชีวิตของแต่ละท่าน

ยังไงอยากให้ลองทำความเข้าใจถึงความสำคัญของประกันชีวิตดูว่าแต่ละท่านเหมาะกับประกันชีวิตแบบไหนและแบบไหนให้ประโยชน์กับแต่ละท่านมากที่สุด

ผมหวังว่าเว็บนี้จะให้ประโยชน์กับทุกท่านไม่มากก็น้อย

7 คำถาม เพื่อยกระดับการเป็นผู้นำของตัวคุณ

คำถามที่ 1 คุณเป็นใคร ?

คำถามนี้อาจจะดูง่ายๆ แต่ตอบยากมากและที่สำคัญกว่านั้นก็คือคำตอบที่คุณให้เป็นเอกลักษณ์ของตัวคุณ ซึ่งเป็นความแตกต่างของตัวคุณเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆในโลกใบนี้และมัน บอกถึงระดับผลกระทบที่คุณมีต่อผู้อื่นได้ด้วย เพราะถ้าคุณนิยามชีวิตในวงจำกัด คุณก็จะมีผลลัพธ์ชีวิตในวงจำกัด แต่ถ้าคุณนิยามชีวิตโดยมีจุดมุ่งหมายที่ไกลกว่าตัวคุณเอง คุณก็จะมีพลังในการสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ หากคุณยังคิดคำตอบที่โดนๆ ไม่ออก ลองมาดูว่า คำตอบของผมเป็นตัวอย่างนะครับ ผมเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตผู้คน เป็น CEO ที่ยกระดับและเป็นโค้ชที่ช่วยให้ผู้คนใช้ศักยภาพแห่งตนได้อย่างเต็มที่ เป็นต้น

 คำถามที่ 2 ค่านิยมและความเชื่อของคุณเป็นแบบไหน ?

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่ามีค่านิยมในการดำรงชีวิตอย่างไร อีกทั้งยังไม่รู้ว่ากำลังอยู่กับความเชื่อแบบไหนอยู่ เมื่อไม่รู้ในสิ่งที่เป็นระบบหลักของชีวิต ก็มักจะใช้ชีวิตไปตามมีตามเกิดหรือพยายามสู้ชีวิต แต่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งการที่คุณจะสร้างชีวิตได้นั้นนอกจากคุณต้องออกแบบชีวิตว่าคุณเป็นใคร แล้ว ค่านิยมและความเชื่อของคุณต้องสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของตัวคุณด้วย เช่น หากคุณนิยามตนว่าคุณเป็นผู้นำผู้ประสบความสำเร็จและได้ใจคนคุณต้องมีค่านิยม เรื่องความไว้วางใจได้ ความสำเร็จ การแบ่งปัน การเรียนรู้ การเติบโตและความรัก อยู่ในอันดับต้นๆ และมีความเชื่อว่าคุณสำเร็จได้อย่างยิ่งใหญ๋ ลองตอบตัวคุณเองนะครับ

คำถามที่ 3 คุณมีความสามารถอะไรบ้าง ?

คุณรู้หรือไม่ว่า การจะประสบความสำเร็จในอาชีพหรือธุรกิจ สิ่งที่คุณรู้มันถูกต้องหรือไม่ยังมีอะไรที่ขาดเหลืออยู่ คุณต้องเติมความรู้และพัฒนาความสามารถอะไรที่สำคัญกว่านั้นก็คือ คุณต้องมีความรู้ความสามารถนั้นเมื่อไหร่

คำถามที่ 4 พฤติกรรมของคุณเป็นอย่างไร ?

ตลอดเวลาที่ผ่านมาคุณมีพฤติกรรมที่สอดคล้องกับนิยามความเป็นตัวคุณ สอดคล้องกับค่านิยมความเชื่อและความสามารถที่คุณมีหรือไม่ ถ้าสอดคล้องต้องกันทุกระดับ คุณก็จะสามารถสร้างความสำเร็จได้แน่นอนขึ้น ถ้าไม่สอดคล้องเลย คุณก็จะไม่มีวันที่จะเป็นคนคนนั้นได้

คำถามที่ 5 คุณสร้างสิ่งแวดล้อมหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมแบบไหน ?

ถ้าคุณตอบคำถามข้อ 1-4 ได้ชัดเจนและเป็นคำตอบที่มีคุณค่า คุณก็จะเป็นผู้สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ถ้าคุณเป็นคนไม่ชัดเจน คุณก็จะวิ่งหาสิ่งแวดล้อมช่วย ในที่สุดคุณก็ไปต่อยาก เพราะไม่มีสิ่งแวดล้อมไหนทำให้คนที่ไม่มีความชัดเจนในตนเองประสบความสำเร็จ

คำถามที่ 6 คุณได้มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ใครเปลี่ยนชีวิตบ้าง ?

หากคุณมีระดับความเป็นผู้นำที่เหมาะสม คุณต้องเคยช่วยสนับสนุนใครบางคนให้มีชีวิตที่เปลี่ยนไปเพราะนั่นหมายถึงผล กระทบเชิงบวกที่ผู้นำมีต่อผู้อื่น และระดับความสำเร็จของตัวคุณ ก็วัดได้จากจำนวนคนที่คุณสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตผู้อื่น ยิ่งส่งผลต่อคนจำนวนมากขึ้นคุณก็จะยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้น

คำถามที่ 7 คุณจะทำอะไรที่แตกต่างและมีผลกระทบมากไปกว่าที่ผ่านมา ?

คุณจะมีอาวุธแตกต่างจากปีที่ผ่านมาหรือไม่ คุณจะทำอะไรมากขึ้น จะทำอะไรให้น้อยลงจะริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ และจะเลิกทำอะไร โดยมองไปยังคุณค่าที่คุณจะส่งมอบเพื่อสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต ผู้อื่น

ขอบคุณที่มา http://next-station-successmore.blogspot.com

มาตรวจวัดความแก่ ความเสื่อมถอยของร่างกายกัน

สุขภาพ ของเรานั้นไม่ได้วัดกันที่หน้าตาเสมอไปเท่านั้น ร่างกายภายในก็สามารถชี้วัดได้ว่าคุณนั้นต้องดูแลและใส่ใจสุขภาพกันอย่างไร กันบ้าง วันนี้เรามีตัวชี้วัดการใช้ร่างกายของคุณที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันมาบอกกันค่ะ

ตัวชี้วัดความแก่ ความเสื่อมถอยของร่างกาย

ร่างกายของคนเรา อวัยวะและระบบการทำงานนั้นจะแสดงความเสื่อมถอยแตกต่างกัน ความแก่ไม่ได้แสดงออกตามอายุเทานั้น อวัยวะสามารถที่จะชี้วัดความแก่ของเราได้

เรามาลองสังเกตุความผิดปกติของคุณเองกันดูดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

82556839
  • หัวใจ : จะ มีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุการใช้ออกซิเจน ระหว่างการออกกำลังกาย จะลดน้อยลงราวร้อยละ 10 ทุกๆ 10 ปี ใน ผู้ใหญ่เพศชาย ในขณะที่จะลดลงประมาณร้อยละ 7.5 ในเพศหญิง อย่างไรก็ตามการทำงานของหัวใจจะสามารถทำงานได้ดี ตราบที่การสูบฉีดเลือดมีประสิทธิภาพ

  • ปอด : ความจุของปอดในการหายใจเข้า จะลดลงระหว่างอายุ 20-30 ปี โดยจะลดลงไปประมาณร้อยละ 40

  • สมอง : จะสูญเสียเซลล์ประสาทตามอายุขัย หรืออาจมีการถูกทำลาย อย่างไรก็ตาม มีการปรับตัวโดยการเพิ่มการเชื่อมต่อ ของเซลล์ประสาทที่เหลือ เพื่อเชื่อมโยงการส่งข้อมูลในสมอง

  • ไต : โดยปกติประสิทธิภาพการกำจัดของเสียจากเลือดจะลดลง ความจุจะลด การปัสสาวะจะควบคุมไม่อยู่เมื่อมีเนื้อเยื่อตาย แต่จะแก้ไขได้บ้าง เมื่อมีการฝึกหรือพัฒนาปรับพฤติกรรม

  • ไขมันสะสม (Body Fat) : ร่างกายมิได้สูญเสียไขมันตามวัย แต่จะมีการกระจาย จากบริเวณใต้ผิวหนังไปส่วนที่ลึกลงไป ในผู้หญิงจะไปสะสมบริเวณตะโพก และโคนขา ส่วนผู้ชายมักจะเป็นบริเวณท้อง

  • กล้ามเนื้อ : หากไม่ออกกำลังกาย จะมีการสูญเสียกล้ามเนื้อ ในผู้หญิงประมาณ ร้อยละ 22 ส่วนผู้ชายประมาณ ร้อยละ 23 การออกกำลังกายจะช่วยป้องกันได้

  • การเห็น : ในวัย 40 ปีขึ้นไป การจะเพ่งดูระยะใกล้ จะยากหรือไม่ชัด ความละเอียดในการเห็นจะลดลง โดยเริ่มที่อายุ 70 ปี ขึ้นไป ในวัย 50 ปี ประกายตาจะหายไป การมองเห็นจะลำบากขึ้น และการจำแนกวัตถุเคลื่อนที่ก็ยากขึ้น

  • การได้ยิน : การรับฟังเสียงที่มีความถี่สูง จะแย่ลง และการลดถอยลงของการได้ยิน จะเป็นในชายมากกว่าในหญิง

  • บุคลิกภาพ : หลัง จากอายุ 30 ปี จะมีบุคลิกภาพที่สุขุม เยือกเย็นมากขึ้น ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะเป็น ตัวบ่งชี้ความผิดปกติ หรือการเป็นโรค


5 วิธีการสำหรับสาวๆ เอาชนะความขี้เกียจออกกำลังกาย

สาวหลายๆคนต้องเคยสัญญากับตัวเองว่าจะออกกำลังกายเผื่อที่จะเผาผลาญไขมัน วันนี้แหละฉันจะลุยออกกำลังกาย เพื่อหุ่นเพรียวสวย อย่างที่ได้ตั้งใจไว้ แล้วสุดท้ายก็ไม่พ้นอารมณ์ เบื่อมันเข้ามาแทนที่จนไม่อยากลุกไปออกกำลังกายเลย วันนี้เรามี 5 วิธีที่จะให้สาวๆได้ลองมาเปลี่ยนเป้าหมายก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจกัน

เราจะออกกำลังกายยังไงไม่ให้น่าเบื่อ

200805021141250.Aerobics

1. เราควรตั้งเป้าไม่สูงเกินไป และต้องตั้งตามความเป็นจริง เพราะสาวๆทั้งหลาย อยากที่จะลด หรือได้หุ่นที่ต้องการแบบปัจจุบันทันด่วน ให้ลองเปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายว่า ในหนึ่งสัปดาห์ฉันจะออกกำลังกายสัก 3 วัน แน่นอนว่าหากคุณทำได้มากกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ จะทำให้คุณรู้สึกได้ว่า ฉันก็ทำได้ดีเกินตั้งใจไว้นะนี่

2.สร้างแรงจูงใจ แน่นอนครับ ออกกำลังกายคน เดียวมันเหงาด้วย แถมเบื่อง่ายอีกต่างหาก ลองชักชวนหรือ โพสลงเฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ชวนเพื่อสัก 2-3 คน มาออกกำลังกายด้วยกัน มันทำให้เรามีแรงจูงใจมากขึ้น ไม่แน่นะครับ เพื่อนๆเขาอาจจะรอคุณชวนออกกำลังกายอยู่ก็ได้ จะได้ฟิต แอนด์ เฟริ์มไปพร้อมกันเลย

images

3.เลือกการออกกำลังกายที่เป็นไสตล์ของตัวเอง สำหรับ การออกกำลังกายอย่างที่เรารู้กันว่า มีหลากหลายแบบ อาทิ ว่ายน้ำ โยคะ พิลาทิส เข้ายิม ฟิตเนส แอโรบิคแดนซ์ หรือ ชกมวย ถ้าเราเลือกการออกกำลังกายที่ใช่สำหรับเรา นั่นจะยิ่งกระตุ้นให้เรารู้สึกสนุก และอยากที่จะออกกำลังกายจนกลายเป็นความเคยชินเลยก็ว่าได้

4.ปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายให้มีการผสมผสาน หลาย ครั้งที่เราออกกำลังกาย จะเริ่มรู้สึกเหนื่อยๆและท้อ หรืออยากลองทำอย่างอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้มีสีสัน และความแปลกใหม่ในการออกกำลังกาย ไม่ผิดครับสำหรับความคิดนี้ คุณลองหากิจกรรมอื่นๆที่ชื่นชอบมาร่วมด้วยก็ได้เช่น ถ้าคุณชอบสุนัข แล้วมีสุนัขอยู่แล้ว ลองพาเจ้าตูบน้อยออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ในหมู่บ้านของคุณดูก็ได้ หรือ จะลองเต้นไป ทำงานบ้านไปให้ดูสนุก ไม่แน่คนในครอบครัวหรือคนรักของเรา อาจจะเห็นแล้วมีความสุข อยากมาออกกำลังกายเป็นเพื่อนคุณก็ได้

im1ages

5.จดบันทึกความเปลี่ยนแปลง ข้อนี้สำคัญเลยครับ เราจะไม่เชื่อเลยว่าเพีงไม่นานหลังจากที่เราออกกำลังกาย เราจะได้หุ่นที่กระชับ เพรียว ดูกระชับ รู้สึกสดชื่นขึ้นมา ทั้งผิวพรรณ และหน้าตา นอกจากการจดบันทึกแล้ว ลองถ่ายรูปเราหน้ากระจกไว้ทุกมุมที่คุณต้องการ แล้วลองมาดูกันว่า ภายใน 1 สัปดาห์ เราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง ทำให้เรารู้สึกคุ้มค่ากับการออกกำลังกาย และไม่เบื่อหน่ายอีกต่อไป

ลองทำตามที่แนะนำ ดูนะครับ เชื่อว่าสาวๆหรือ ผู้ที่กำลังตั้งใจที่จะออกกำลังกายอยู่นั้น คุณก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ทำให้ทุกวันมีความสุขและสนุกไปกับมัน อย่าลืมออกกำลังกายแล้ว กินผลไม้ หรืออาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอนะ  ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคน